Skip to content

Forex for Thai

Forex สำหรับคนไทย

Menu
  • Home
  • Blog
  • News
  • Categories
  • About
  • Contact
Menu

พื้นฐานการเทรด Forex: ทำความเข้าใจ Pip และ Spread สำหรับเทรดเดอร์ไทยมือใหม่

Posted on 9 มกราคม 2026

ทำความเข้าใจ “Pip” หัวใจสำคัญของการวัดกำไรขาดทุน

ในการเทรด Forex สิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือ “ราคา” และการเคลื่อนไหวของราคานี่เองที่สร้างโอกาสในการทำกำไรหรือขาดทุน แต่การจะวัดการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ เราต้องรู้จักหน่วยวัดสากลที่เรียกว่า “Pip”

Pip คืออะไร?

“Pip” (Point in Percentage) คือหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงที่เล็กที่สุดของราคาสกุลเงินคู่หนึ่งๆ ในตลาด Forex สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ที่มีสกุลเงินหลัก (เช่น USD, EUR, JPY, GBP) เป็นสกุลที่สอง (Quote Currency) 1 Pip จะเท่ากับ การเปลี่ยนแปลง 0.0001 ของราคา

  • ตัวอย่างที่ 1: คู่เงิน EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.1050 ไปเป็น 1.1051 แสดงว่ามีการเคลื่อนไหวขึ้น 1 Pip
  • ตัวอย่างที่ 2: คู่เงิน USD/JPY เคลื่อนที่จาก 110.50 ไปเป็น 110.51 แสดงว่ามีการเคลื่อนไหวขึ้น 1 Pip

Pip Value (มูลค่าของ 1 Pip)

มูลค่าของ 1 Pip ไม่เท่ากันในทุกคู่เงิน! มันขึ้นอยู่กับ:

  • คู่สกุลเงินที่เทรด
  • ปริมาณ Lot Size (ขนาดสัญญา) ที่เทรด (เช่น 1 Standard Lot = 100,000 ยูนิต, 1 Mini Lot = 10,000 ยูนิต)
  • อัตราแลกเปลี่ยนของ Quote Currency ต่อ USD (หากบัญชีเป็น USD)

ตัวอย่างสำหรับ USD/THB: สมมติคุณเทรด 1 Mini Lot (10,000 USD) ของคู่เงิน USD/THB ที่ราคา 35.00
การเปลี่ยนแปลง 1 Pip (0.01 บาท) ของ USD/THB จะมีมูลค่า = (0.01) * (10,000) = 100 บาท
ดังนั้น หากราคาเคลื่อนจาก 35.00 ไปเป็น 35.05 (ขึ้น 5 Pips) และคุณเทรด Long, คุณจะได้กำไร 5 * 100 = 500 บาท

ทำไม Pip ถึงสำคัญ?

  • คำนวณกำไร/ขาดทุน: ใช้ Pip เป็นฐานในการคำนวณผลลัพธ์การเทรดได้อย่างแม่นยำ
  • ตั้ง Stop Loss & Take Profit: กำหนดระดับตัดขาดทุนหรือรับกำไรเป็นจำนวน Pip ได้
  • ประเมินความเสี่ยง: วัดความผันผวนและความเสี่ยงของคู่เงินได้ (เช่น คู่เงินที่เคลื่อนไหววันละ 100 Pips มีความเสี่ยงสูงกว่าคู่ที่เคลื่อนไหววันละ 30 Pips)

Spread: ค่าใช้จ่ายแรกที่ต้องจ่ายเมื่อเปิดออเดอร์

เมื่อคุณดูราคาคู่สกุลเงินในแพลตฟอร์มเทรด คุณจะเห็นราคาสองราคาเสมอ:

  • ราคา Bid (เสนอซื้อ): คือราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์ยินดีซื้อสกุลเงินแรกในคู่นั้นจากคุณ (ราคาที่คุณจะ ขาย)
  • ราคา Ask (เสนอขาย): คือราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์ยินดีขายสกุลเงินแรกในคู่นั้นให้คุณ (ราคาที่คุณจะ ซื้อ)

Spread คือความแตกต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask นั่นเอง! มันมักแสดงเป็นหน่วย Pip

ตัวอย่าง: EUR/USD Bid = 1.1050, Ask = 1.1052
Spread = Ask – Bid = 1.1052 – 1.1050 = 0.0002 หรือ 2 Pips

Spread คือ “ค่าใช้จ่าย” ของการเทรด

Spread ไม่ใช่ค่าคอมมิชชันที่โบรกเกอร์เรียกเก็บแยกต่างหาก แต่เป็นต้นทุนที่แฝงอยู่ในราคา:

  • เมื่อคุณเปิดออเดอร์ซื้อ (Buy): คุณจะเปิดที่ราคา Ask ซึ่งสูงกว่าราคาตลาด (Bid) ทันที
  • เมื่อคุณเปิดออเดอร์ขาย (Sell): คุณจะเปิดที่ราคา Bid ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาด (Ask) ทันที

นั่นหมายความว่า ออเดอร์ของคุณจะเริ่มต้นที่ “ติดลบ” เท่ากับ Spread ทันที ราคาจึงต้องเคลื่อนที่ในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้อย่างน้อยเท่ากับ Spread ก่อนที่คุณจะเริ่มทำกำไรได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Spread

  • สภาพคล่องของคู่เงิน: คู่เงินหลัก (เช่น EUR/USD, USD/JPY) ที่มีการซื้อขายหนาแน่นมักมี Spread ต่ำ (1-2 Pips) คู่เงินเอ็กซอติก (เช่น USD/THB) มักมี Spread สูงกว่า (อาจ 10 Pips ขึ้นไป)
  • ความผันผวนของตลาด: ในช่วงข่าวสำคัญ หรือช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรง (เปิดตลาด, ปิดตลาด, ข่าว Non-Farm Payrolls) Spread มักจะขยายตัวกว้างขึ้นมาก
  • ประเภทโบรกเกอร์:
    • Market Maker: มักเสนอ Spread คงที่หรือลอยตัว แต่โดยรวมอาจสูงกว่า ECN
    • ECN/STP: เสนอ Spread ลอยตัวที่แคบมากในสภาพคล่องปกติ (อาจต่ำกว่า 1 Pip ในคู่หลัก) แต่สามารถขยายกว้างมากในภาวะผันผวน
  • เวลาในการเทรด: ช่วงที่ตลาดซบเซา (เช่น ตลาดเอเชียตอนเที่ยง) Spread อาจกว้างกว่าช่วงที่ตลาดยุโรปหรืออเมริกาเปิดคาบเกี่ยวกัน

นำความรู้เรื่อง Pip และ Spread ไปใช้อย่างชาญฉลาด

  • เปรียบเทียบ Spread: ก่อนเลือกโบรกเกอร์ ตรวจสอบ Spread เฉลี่ยของคู่เงินที่คุณสนใจจะเทรดบ่อยๆ โดยเฉพาะในเวลาที่คุณวางแผนจะเทรด
  • คำนวณต้นทุน: ใช้มูลค่า Pip ที่คำนวณได้ เพื่อประเมินว่าการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งมีต้นทุน Spread เท่าไร (เช่น เทรด USD/THB 1 Mini Lot, Spread 10 Pips = ต้นทุนเริ่มต้น 10 * 100 = 1,000 บาท)
  • จัดการความเสี่ยง: คำนึงถึง Spread เมื่อตั้ง Stop Loss อย่าตั้ง Stop Loss ชิดราคาจนเกินไป เพราะ Spread อาจทำให้ Stop Loss ถูก激活ก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไปถึงจุดนั้นจริงๆ
  • หลีกเลี่ยงช่วง Spread กว้าง: พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในช่วงข่าวสำคัญมากๆ หรือช่วงที่ตลาดผันผวนรุนแรงจน Spread ขยายกว้างมาก เว้นแต่คุณมีกลยุทธ์เฉพาะทาง
  • เลือกคู่เงินที่เหมาะสม: สำหรับเทรดเดอร์ทุนน้อย คู่เงินหลักที่มี Spread ต่ำอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการเริ่มต้น เนื่องจากต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า

การเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายและความสำคัญของ Pip และ Spread คือรากฐานที่แข็งแกร่งในการก้าวสู่การเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่มีความรู้และสามารถจัดการต้นทุนรวมทั้งความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกฝนการคำนวณบ่อยๆ จนคล่องแคล่ว จะช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น

เรื่องล่าสุด

  • **กลยุทธ์การปรับแต่งและทดสอบกลยุทธ์ฟอเร็กซ์ให้เหมาะกับตลาดไทย: ขั้นตอนออกแบบระบบเทรดส่วนตัวแบบไฮบริด**
  • เครื่องมือพื้นฐานฟอเร็กซ์ที่นักเทรดมือใหม่ไทยต้องรู้: เปิดโลกเทรดได้จริงตั้งแต่ครั้งแรก
  • “สแกนโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ไทยแบบละเอียด: วิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือและเงื่อนไขสำคัญที่นักเทรดต้องรู้ก่อนเปิดบัญชี”
  • “เทคนิคการบันทึกเทรดแบบมืออาชีพ: ระบบติดตามจิตวิทยาและปรับปรุงกลยุทธ์ฟอเร็กซ์สำหรับเทรดเดอร์ไทย”
  • พื้นฐานการเปิดและปิดออร์เดอร์ฟอเร็กซ์: คู่มือทำความเข้าใจกระบวนการซื้อ-ขายสำหรับมือใหม่ไทย

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

©2026 Forex for Thai | Design: Newspaperly WordPress Theme