กลยุทธ์ใช้ Fibonacci Retracement ในการเทรดช่วง Session Overlaps
การเทรดในช่วง Session Overlaps – ช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทับซ้อนกัน เช่น ช่วง London/NY (13:00-17:00 GMT) หรือ Tokyo/London (07:00-09:00 GMT) – เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของสภาพคล่องและความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงในเวลานี้นำมาซึ่งโอกาสในการทำกำไร แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน เครื่องมือ Fibonacci Retracement ซึ่งมีรากฐานมาจากคณิตศาสตร์และธรรมชาติ สามารถเป็นอาวุธลับที่ทรงพลังในการจัดการความผันผวนนี้และหาจุดกลับตัวที่น่าเชื่อถือได้เป็นพิเศษในช่วงเวลาอันคับขันนี้
ทำไม Session Overlaps จึงเหมาะกับการใช้ Fibonacci?
ช่วง Session Overlaps มีลักษณะเด่นที่เอื้อต่อการทำงานของ Fibonacci Retracement:
- ความผันผวนสูง (High Volatility): กิจกรรมเทรดที่เข้มข้นจากผู้เล่นหลักสองกลุ่ม (เช่น เทรดเดอร์ยุโรปและอเมริกา) ส่งผลให้ตลาดเคลื่อนไหวรวดเร็วและรุนแรง เกิดเทรนด์ชัดเจนหรือสวิงราคา (Price Swings) ที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการลาก Fibo
- สภาพคล่องสูง (High Liquidity): ปริมาณการซื้อขายมหาศาลช่วยให้ราคาเคลื่อนที่ไปยังระดับเทคนิคต่างๆ ได้อย่าง “สะอาด” ลดโอกาสเกิดสไปค์หรือการทะลุแบบผิดๆ (False Breakout) ที่เกิดจากการขาดสภาพคล่อง
- จุดเปลี่ยนแนวโน้ม (Potential Reversal Zones): การปะทะกันของคำสั่งซื้อ/ขายจากสองภูมิภาคหลัก มักสร้างจุดสูงสุดหรือต่ำสุดที่สำคัญ (Swing Highs/Lows) และจุดกลับตัวในช่วงสั้นๆ ซึ่ง Fibo ช่วยระบุได้
จุดเด่นทางคณิตศาสตร์ของ Fibonacci Retracement
ความแข็งแกร่งของ Fibo ไม่ได้มาจากความลึกลับ แต่มาจากหลักการทางคณิตศาสตร์และพฤติกรรมตลาด:
- อัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Ratios): ระดับ Fibo (โดยเฉพาะ 23.6%, 38.2%, 50.0%, 61.8%, 78.6%) มาจากลำดับฟีโบนัชชีและอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio – ~1.618) ซึ่งพบได้บ่อยในธรรมชาติและโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ ตลาดการเงินมักแสดงความเคารพต่อระดับเหล่านี้
- การยืนยันจากผู้เล่นในตลาด (Market Participant Confirmation): เนื่องจาก Fibo เป็นเครื่องมือยอดนิยมที่เทรดเดอร์สถาบันและรายย่อยใช้กันอย่างแพร่หลาย ระดับเหล่านี้จึงมักกลายเป็น “จุดนัดพบ” ที่เกิดการตอบสนองของราคา (Price Reaction) อย่างเห็นได้ชัด เมื่อผู้เล่นจำนวนมากเฝ้าดูและเทรดที่ระดับเดียวกัน
- การกำหนดพื้นที่สนับสนุน/ต้านทานแบบไดนามิก (Dynamic S/R Zones): Fibo ไม่ได้ให้เส้นตายตัว แต่ให้ “โซน” (โดยเฉพาะระหว่าง 38.2%-61.8%) ที่ราคามีแนวโน้มจะหยุดพักหรือกลับตัว ซึ่งสอดคล้องกับไดนามิกของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
กลยุทธ์การใช้ Fibo เทรด Session Overlaps
นี่คือขั้นตอนการประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ:
1. ระบุเทรนด์หรือสวิงหลัก (Identify the Swing):
- ช่วง London/NY: มองหาสวิงราคาที่สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงต้นของ London session หรือสวิงที่กำลังเกิดขึ้นก่อนที่ NY จะเปิด
- ช่วง Tokyo/London: มองหาสวิงราคาที่เกิดขึ้นในช่วง Tokyo session ก่อนที่ London จะเข้ามาเต็มตัว
2. ลาก Fibo Retracement อย่างถูกต้อง (Draw Correctly):
- เทรนด์ขาขึ้น: ลากจากจุดต่ำสุดของสวิง (Swing Low – 0%) ไปยังจุดสูงสุด (Swing High – 100%)
- เทรนด์ขาลง: ลากจากจุดสูงสุดของสวิง (Swing High – 0%) ไปยังจุดต่ำสุด (Swing Low – 100%)
- เลือกจุดสวิงที่ชัดเจนและมีความหมายสำหรับช่วงเวลานั้นๆ
3. มุ่งเน้นไปที่โซนทองคำ (Focus on the Golden Zone):
- ให้ความสำคัญกับโซนระหว่าง 38.2% – 61.8% เป็นหลัก นี่คือโซนที่เทรนด์หลักมีโอกาสกลับตัวสูงสุด และมักเกิดปฏิกิริยาของราคาที่แข็งแกร่งในช่วง Overlap
- ระดับ 50.0% (ซึ่งไม่ใช่ Fibo แท้แต่ใช้กันแพร่หลาย) ก็มักมีความสำคัญเช่นกัน
4. รอการยืนยัน (Wait for Confirmation):
อย่าเข้าเทรดทันทีที่ราคาแตะระดับ Fibo! รอสัญญาณยืนยัน เช่น:
- รูปแบบแท่งเทียน: Pin Bar, Engulfing, Morning/Evening Star ที่ระดับ Fibo
- การดีดตัว (Rejection): ราคาสัมผัสระดับ Fibo แล้วดีดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่ม
- การดีดตัวจากระดับคู่ (Confluence): หากระดับ Fibo ซ้อนทับกับแนวรับ/แนวต้านแนวนอนเดิม หรือเส้นแนวโน้ม จะเพิ่มน้ำหนักความสำคัญ
5. กำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit (Manage Risk):
- Stop Loss: วางไว้ด้านนอกระดับ Fibo ถัดไปที่สำคัญ (เช่น ถ้าเข้าเทรดที่ 61.8% อาจวาง SL เลย 78.6% หรือเลยจุดสวิงเดิม) หรือด้านนอกจุดสูงสุด/ต่ำสุดของสัญญาณแท่งเทียนยืนยัน
- Take Profit: กำหนดเป้าหมายไปที่ระดับ Fibo Extension (เช่น 161.8%, 261.8%) จุดสวิงเดิม (0% หรือ 100%) หรือแนวรับ/แนวต้านใกล้เคียง ใช้การแบ่ง TP เป็นส่วนๆ ก็เป็นกลยุทธ์ที่ดี
ข้อควรระวังสำคัญ
- ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ: Fibo ให้ “พื้นที่ที่น่าจับตา” ไม่ใช่สัญญาณซื้อ/ขายอัตโนมัติ
- ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น (Confluence is Key): Fibo ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อสอดคล้องกับสัญญาณอื่นๆ เช่น แนวรับ/แนวต้านแนวนอน, เส้นแนวโน้ม, Moving Averages, หรือสัญญาณจากออสซิลเลเตอร์ (RSI, Stochastic) ที่แสดงภาวะซื้อมาก/ขายมาก
- การลากที่ถูกต้องสำคัญมาก: การเลือกจุด Swing High/Swing Low ที่ผิดพลาดจะทำให้ระดับ Fibo ผิดเพี้ยนไปทั้งหมด
- เทรนด์เป็นนาย: การเทรดตามการดีดตัวของ Fibo ควรสอดคล้องกับเทรนด์หลักในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า หรือเทรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วง Overlap นั้นๆ จะได้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดี
โดยสรุป Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่มีพลังในการช่วยระบุโซนสนับสนุนและต้านทานที่มีความหมาย ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง Session Overlaps ที่มีความผันผวนสูง เมื่อใช้อย่างถูกต้อง โดยการเลือกลากจากสวิงราคาที่ชัดเจน มุ่งเน้นที่โซนทองคำ (38.2%-61.8%) และรอการยืนยันจากราคา (Price Action) ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ Fibo สามารถช่วยเทรดเดอร์ระบุจุดกลับตัวที่มีศักยภาพและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความวุ่นวายและโอกาสอันอุดมของช่วงเวลาทองคำแห่งตลาด Forex นี้




