ทำไมเวลาเปิด-ปิดตลาดไทยถึงสำคัญนักสำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์?
การเทรดฟอเร็กซ์นั้นเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกช่วงเวลาจะเหมาะสำหรับการเทรดแบบเดียวกัน ความผันผวน (Volatility) และสภาพคล่อง (Liquidity) เปลี่ยนแปลงไปตามการเปิด-ปิดของศูนย์กลางการเงินหลักทั่วโลก สำหรับเทรดเดอร์ไทย การเข้าใจจังหวะเวลาเหล่านี้โดยเทียบกับเวลาในประเทศไทย (GMT+7) เป็นกุญแจสำคัญในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดจริง ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสทำกำไร
จังหวะเวลาสำคัญของตลาดโลก เทียบเวลาไทย (GMT+7)
ตลาดฟอเร็กซ์แบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลักที่สำคัญ โดยแต่ละช่วงมีลักษณะเฉพาะตัว:
1. ตลาดโตเกียว (Tokyo Session) – เวลาไทย: 07:00 น. – 16:00 น. (ประมาณ)
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวันเทรดใหม่ในเอเชีย
- คู่สกุลเงินที่เคลื่อนไหวดี: คู่ที่เกี่ยวข้องกับ JPY เช่น USD/JPY, AUD/JPY, รวมถึงคู่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น AUD/USD, NZD/USD.
- ลักษณะตลาด: มักมีความผันผวนปานกลางถึงค่อนข้างสูงในช่วงเช้าของเซสชั่น (เวลาประมาณ 07:00 – 10:00 น. ไทย) เมื่อตลาดญี่ปุ่นเปิดเต็มที่ อาจเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนจากทิศทางของเงินเยนและสกุลเงินในเอเชียแปซิฟิก
- โอกาสและความเสี่ยง: โอกาสจากเทรนด์ในภูมิภาค ความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจลดลงช่วงบ่าย (เวลาประมาณ 13:00 น. เป็นต้นไป) ก่อนที่ยุโรปจะเข้ามา
2. ตลาดลอนดอน (London Session) – เวลาไทย: 14:00 น. – 23:00 น. (ประมาณ)
เซสชั่นที่มีสภาพคล่องสูงสุดและความผันผวนมากที่สุดในวัน!
- คู่สกุลเงินที่เคลื่อนไหวดี: คู่สกุลเงินหลักทั้งหมด (Majors) โดยเฉพาะ EUR/USD, GBP/USD, USD/CHF และคู่ที่เกี่ยวข้องกับ EUR เช่น EUR/JPY, EUR/GBP
- ลักษณะตลาด: ปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงสุด ความผันผวนรุนแรง มักมีการเคลื่อนไหวสำคัญและเทรนด์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงทับซ้อนกับตลาดนิวยอร์ก (เวลาไทยประมาณ 19:00 น. – 23:00 น.)
- โอกาสและความเสี่ยง: โอกาสทำกำไรสูงจากเทรนด์ใหญ่และความผันผวน ความเสี่ยงสูงจากความผันผวนและสเปรดที่อาจขยาย การตัดสินใจต้องรวดเร็วและแม่นยำ
3. ตลาดนิวยอร์ก (New York Session) – เวลาไทย: 19:00 น. – 04:00 น. (ของวันถัดไป) (ประมาณ)
- คู่สกุลเงินที่เคลื่อนไหวดี: คู่ที่เกี่ยวข้องกับ USD เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CAD, USD/CHF และคู่เงินของทวีปอเมริกา เช่น USD/MXN
- ลักษณะตลาด: มีสภาพคล่องและความผันผวนสูงมากในช่วงทับซ้อนกับลอนดอน (19:00 – 23:00 น. ไทย) หลังจากนั้น (หลัง 23:00 น.) ความผันผวนมักลดลงเรื่อยๆ จนตลาดปิด เว้นแต่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ออกมา
- โอกาสและความเสี่ยง: โอกาสจากปฏิกิริยาต่อข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากยุโรปในช่วงทับซ้อน ความเสี่ยงจากการที่ตลาดอาจเข้าสู่ช่วง Sideways หรือเคลื่อนไหวไม่ชัดเจนในดึก (หลังเที่ยงคืนไทย)
ช่วงอันตรายสำหรับเทรดเดอร์ไทย: ตลาดปิดนิวยอร์กถึงเปิดโตเกียว (เวลาประมาณ 04:00 – 07:00 น. ไทย)
นี่คือช่วงที่สภาพคล่องต่ำที่สุด ปริมาณการซื้อขายน้อยมาก คู่เงินมักเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หรือบางครั้งเกิด “False Breakout” (การพยายามหลุดกรอบแต่ไม่จริง) ได้ง่าย เทรดเดอร์ไทยที่ตื่นเช้ามักเผชิญกับช่วงนี้ การเทรดช่วงนี้เสี่ยงสูงเพราะสเปรดมักขยายและราคาเคลื่อนไหวไม่น่าเชื่อถือ
ปรับกลยุทธ์การเทรดให้สอดคล้องเวลาไทย
- ช่วงเช้าไทย (07:00 – 10:00 น.): มุ่งเน้นคู่ JPY และ AUD/USD, NZD/USD ตามแนวโน้มที่เกิดจากตลาดโตเกียว ใช้กลยุทธ์ตามเทรนด์ (Trend Following) หรือเทรดในช่วง Breakout ของกรอบราคาแรกๆ ของเซสชั่นเอเชีย
- ช่วงบ่ายไทย (14:00 – 19:00 น.): เตรียมพร้อมสำหรับตลาดลอนดอน เริ่มสังเกตการตั้งราคาเปิด (Opening Range) และปฏิกิริยาต่อข่าวจากยุโรป อาจใช้กลยุทธ์เทรดตามแนวโน้มหรือเทรดในช่วง Breakout ของกรอบช่วงเช้า
- ช่วงหัวค่ำไทย (19:00 – 23:00 น.): ช่วงทอง! ทับซ้อนลอนดอน-นิวยอร์ก ใช้กลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์จากความผันผวนสูง เช่น เทรดตามเทรนด์, เทรดตามข่าว (News Trading – ใช้ความระมัดระวังสูง), หรือเทรดในช่วง Breakout ของกรอบที่สำคัญ
- ช่วงดึกถึงเช้ามืดไทย (23:00 น. – 07:00 น.): โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนถึงก่อน 7 โมงเช้า ควรหลีกเลี่ยงการเทรดแบบ Scalping หรือการเทรดที่ต้องการความผันผวนสูง หากจำเป็นให้ใช้กลยุทธ์ Range Trading ในกรอบแคบๆ หรือใช้ Pending Order (เช่น Buy Limit, Sell Limit) รอไว้ล่วงหน้าใกล้ระดับ Support/Resistance สำคัญ โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวเมื่อตลาดโตเกียวเปิด
- การใช้ Pending Order: จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ไทยที่ไม่อยู่ดึก ตั้ง Pending Order (Stop Entry, Limit Entry) และตั้ง Stop Loss / Take Profit ให้เรียบร้อยก่อนนอน เพื่อจับการเคลื่อนไหวในช่วงลอนดอน-นิวยอร์ก หรือช่วงเปิดโตเกียว
- ปรับขนาด Position: ลดขนาด Lot (Position Sizing) ในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำ (เช่น ตอนดึกไทย) หรือเมื่อตลาดเคลื่อนไหวไม่ชัดเจน เพิ่มขนาดได้อย่างระมัดระวังในช่วงที่มีสภาพคล่องและความผันผวนสูง (เช่น ช่วงทับซ้อนลอนดอน-นิวยอร์ก)
- ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ: เวลาของข่าวเศรษฐกิจสำคัญ (NFP, อัตราดอกเบี้ย ECB, FOMC ฯลฯ) มักออกในช่วงลอนดอนหรือนิวยอร์ก (เวลาบ่ายถึงดึกไทย) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรง ต้องรู้ล่วงหน้าและเตรียมแผนรับมือ
สรุป: เวลาเป็นปัจจัยยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่นาฬิกา
การเข้าใจ “นาฬิกาตลาดโลก” เทียบกับเวลาไทย และรู้ลักษณะเฉพาะของแต่ละเซสชั่น ช่วยให้เทรดเดอร์ไทยสามารถคัดสรรกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่วงเวลานั้นๆ ได้ ไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ที่สำคัญคือช่วยในการจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดเงียบเชียบและอันตราย เลือกใช้กลยุทธ์ที่ได้เปรียบจากความผันผวนและสภาพคล่องในเวลาที่เหมาะสม และใช้เครื่องมืออย่าง Pending Order เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญแม้ในเวลานอน การปรับจังหวะการเทรดให้สอดคล้องกับจังหวะของตลาดโลกคือหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์มืออาชีพต้องมี




