ทำความรู้จักกับ “กราฟแท่งเทียน” เครื่องมือพื้นฐานของเทรดเดอร์
หากคุณกำลังก้าวเข้าสู่โลกการเทรด Forex สิ่งหนึ่งที่คุณจะพบเห็นบ่อยที่สุดก็คือ “กราฟราคา” และในบรรดากราฟประเภทต่างๆ “กราฟแท่งเทียน” (Candlestick Chart) นับเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เทรดเดอร์ เนื่องจากมันสามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ตลาดและแนวโน้มราคาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว แท่งเทียนเพียงแท่งเดียวก็บอกเล่าเรื่องราวของราคาในช่วงเวลานั้นๆ ได้มากมาย
แกะรอยส่วนประกอบของแท่งเทียน
แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดงข้อมูล 4 ราคาสำคัญในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 1 นาที, 5 นาที, 1 ชั่วโมง, 1 วัน):
- ราคาเปิด (Open): ราคาแรกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาสูงสุด (High): ราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาต่ำสุด (Low): ราคาต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาปิด (Close): ราคาสุดท้ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
นอกจากนี้ เรายังแบ่งแท่งเทียนออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
- ตัวแท่ง (Real Body): ส่วนที่หนาระหว่างราคาเปิดและราคาปิด
- แท่งเขียว (หรือขาว): ราคาปิด สูงกว่า ราคาเปิด (ราคาขึ้น)
- แท่งแดง (หรือดำ): ราคาปิด ต่ำกว่า ราคาเปิด (ราคาลง)
- เงา (Shadow หรือ Wick): เส้นบางๆ ยื่นออกมาจากตัวแท่งด้านบนและด้านล่าง
- เงาบน (Upper Shadow): แสดงช่วงระหว่างราคาสูงสุดกับราคาปิด (สำหรับแท่งเขียว) หรือราคาเปิด (สำหรับแท่งแดง)
- เงาล่าง (Lower Shadow): แสดงช่วงระหว่างราคาต่ำสุดกับราคาเปิด (สำหรับแท่งเขียว) หรือราคาปิด (สำหรับแท่งแดง)
ความยาวของตัวแท่งและเงาบ่งบอกถึงความเข้มแข็งของแรงซื้อหรือแรงขายในช่วงเวลานั้น!
รู้จัก 3 รูปแบบแท่งเทียนพื้นฐานที่มือใหม่ต้องหัดดู
เมื่อเข้าใจส่วนประกอบแล้ว เรามาดูรูปแบบง่ายๆ ที่ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มหรือความไม่แน่นอน:
1. แท่งฮัมเมอร์ (Hammer) และ แท่งแฮงกิ้งแมน (Hanging Man)
- ลักษณะ: ตัวแท่งสั้น (เขียวหรือแดงก็ได้) พร้อมกับเงาล่างที่ยาวมาก (ยาวกว่าตัวแท่งอย่างน้อย 2 เท่า) และมีเงาบนสั้นมากหรือไม่มีเลย
- ฮัมเมอร์ (Bullish Hammer): มักพบที่ ด้านล่าง ของ downtrend สัญญาณว่าแรงขายหมดพลัง แรงซื้อเริ่มกลับเข้ามา (ราคาตกลงไปมากแต่สามารถปิดกลับขึ้นมาใกล้จุดเปิดได้)
- แฮงกิ้งแมน (Bearish Hanging Man): มักพบที่ ด้านบน ของ uptrend สัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแรง แรงขายเริ่มเข้ามา (ราคาขึ้นไปสูงมากแต่ปิดตกลงมาใกล้จุดเปิด)
2. แท่งดอจิ (Doji)
- ลักษณะ: ราคาเปิดและราคาปิดอยู่ที่ ระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงมาก ทำให้ตัวแท่งดูเป็นเส้นบางๆ หรือจุดเล็กๆ พร้อมเงาบนและล่างที่ยาวได้
- ความหมาย: บ่งบอกถึง ความไม่แน่ใจ และการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบชัดเจน
- สัญญาณ: มักพบในจุดเปลี่ยนแนวโน้ม (ทั้งด้านบนและล่าง) หรือช่วงพักฐาน ต้องรอดูแท่งถัดไปเพื่อยืนยันทิศทาง
3. รูปแบบเอนกัลฟ์ (Engulfing Pattern)
- ลักษณะ: เกิดจากแท่งเทียน 2 แท่ง โดยแท่งที่สองจะ “กลืนกิน” ตัวแท่งของแท่งแรกทั้งหมด (ไม่รวมเงา) แบ่งเป็น:
- Bullish Engulfing: แท่งเขียวแท่งที่สอง กลืนกินแท่งแดงแท่งแรก (พบที่ด้านล่างของ downtrend) สัญญาณกลับตัวขึ้นแรง
- Bearish Engulfing: แท่งแดงแท่งที่สอง กลืนกินแท่งเขียวแท่งแรก (พบที่ด้านบนของ uptrend) สัญญาณกลับตัวลงแรง
- ความหมาย: แสดงถึงการเปลี่ยนอำนาจอย่างชัดเจนจากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง
เคล็ดลับสำคัญสำหรับมือใหม่ในการใช้แท่งเทียน
- อย่าตัดสินใจจากแท่งเดียว: รูปแบบแท่งเทียนมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้นเมื่อได้รับการ ยืนยันจากแท่งถัดไป ดูการปิดของแท่งที่ 3 ประกอบ
- ดูบริบทแนวโน้ม: รูปแบบฮัมเมอร์ที่ด้านล่างของ downtrend มีความหมายมากกว่าฮัมเมอร์ที่เกิดขึ้นกลาง uptrend เสมอ
- ดูระดับสำคัญ: รูปแบบแท่งเทียนที่เกิดขึ้นใกล้ แนวรับ (Support) หรือ แนวต้าน (Resistance) มักให้สัญญาณที่แม่นยำและมีพลังมากกว่า
- เริ่มจากไทม์เฟรมใหญ่: ฝึกอ่านรูปแบบบนกราฟรายวัน (Daily) หรือรายสัปดาห์ (Weekly) ก่อน เพราะสัญญาณจะชัดเจนและลดสัญญาณหลอกจากตลาดผันผวน
- ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น: แท่งเทียนเป็นเครื่องมือชั้นดี แต่จะทรงพลังยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ เส้นแนวโน้ม, แนวรับ-แนวต้าน, และอินดิเคเตอร์พื้นฐาน (เช่น Moving Average, RSI)
- ฝึกฝนบนบัญชีเดโม: ก่อนใช้เงินจริง ฝึกสังเกตและตีความกราฟแท่งเทียนในสภาวะตลาดจริงผ่านบัญชีทดลองให้คล่องแคล่ว
การอ่านกราฟแท่งเทียนเปรียบเสมือนการเรียน “ภาษาของตลาด” เมื่อคุณเข้าใจพื้นฐานและฝึกฝนสังเกตบ่อยๆ คุณจะเริ่มจับจังหวะอารมณ์ตลาดและรับรู้ถึงโอกาสหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นอย่างแน่นอน เริ่มต้นจากพื้นฐานง่ายๆ เหล่านี้ให้มั่นใจ แล้วค่อยๆ พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อไป!




