Skip to content

Forex for Thai

Forex สำหรับคนไทย

Menu
  • Home
  • Blog
  • News
  • Categories
  • About
  • Contact
Menu

“ทำไมเทรดเดอร์ใหม่ควรรู้: ความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage และ Margin ในตลาด Forex”

Posted on 18 กุมภาพันธ์ 2026

ทำไมต้องเข้าใจ Leverage และ Margin?

การเทรด Forex มักดึงดูดเทรดเดอร์ใหม่ด้วยศักยภาพในการทำกำไรสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “Leverage” หรือ “เลเวอเรจ” อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจเปรียบเสมือนดาบสองคมที่คมมาก การไม่เข้าใจกลไกพื้นฐานของเลเวอเรจและคู่แฝดของมัน นั่นคือ “Margin” หรือ “มาร์จิ้น” อาจนำไปสู่การสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลสำคัญที่เทรดเดอร์มือใหม่ต้องทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่งนี้ให้กระจ่างก่อนเริ่มเทรดจริง

Leverage (เลเวอเรจ) คืออะไร?

เลเวอเรจคือเครื่องมือที่โบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินมาเพื่อเปิดตำแหน่งเทรดที่มีขนาดใหญ่กว่ายอดเงินในบัญชี (Equity) ของคุณเองหลายเท่า คิดง่ายๆ เหมือนกับการใช้คันโยกเพื่อยกของหนักด้วยแรงน้อยๆ

  • ตัวอย่าง: เลเวอเรจ 1:100 หมายความว่า ด้วยเงินทุนของคุณเพียง $1 คุณสามารถควบคุมการเทรดได้มูลค่า $100 ในตลาด
  • ข้อดี: ขยายโอกาสทำกำไร (Profit) จากเงินลงทุนเริ่มต้นน้อยได้มหาศาล (หากเทรดถูกทิศทาง)

Margin (มาร์จิ้น) คืออะไร?

มาร์จิ้นคือเงินประกันที่คุณต้องวางไว้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดและรักษาตำแหน่งเทรดที่ใช้เลเวอเรจไว้ มันคือ “เงินของคุณเอง” ที่ถูกใช้หรือถูกกันไว้เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมนั้น มาร์จิ้นมักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของขนาดตำแหน่งเต็ม (Full Position Size)

  • สูตรพื้นฐาน: Margin Required = (Lot Size * Contract Size) / Leverage
  • ตัวอย่าง: เทรด 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 ยูนิต) ของคู่ EUR/USD ด้วยเลเวอเรจ 1:100
    Margin Required = (1 * 100,000) / 100 = $1,000
  • ประเภทหลัก:
    • Initial Margin (มาร์จิ้นเริ่มต้น): เงินที่ต้องใช้เปิดออเดอร์
    • Maintenance Margin (มาร์จิ้นรักษาตำแหน่ง): ยอดมาร์จิ้นขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชีเพื่อรักษาตำแหน่งไว้ หาก Equity ตกลงต่ำกว่านี้ อาจถูกเรียก Margin Call หรือ Stop Out

ความสัมพันธ์ชี้เป็นชี้ตายระหว่าง Leverage และ Margin

เลเวอเรจและมาร์จิ้นทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ออก และความสัมพันธ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงและผลตอบแทน:

  • เลเวอเรจสูง = มาร์จิ้นที่ต้องการต่ำ: เลเวอเรจยิ่งสูง (เช่น 1:500) คุณยิ่งต้องวางมาร์จิ้นน้อยลงเพื่อเปิดตำแหน่งขนาดเดียวกัน (เทียบกับเลเวอเรจ 1:100) ฟังดูดีเพราะใช้เงินน้อยก็เทรดได้ใหญ่
  • เลเวอเรจสูง = ความเสี่ยงสูงมาก: นี่คือด้านมืด! การใช้เลเวอเรจสูงหมายความว่าการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย (Pips) ต่อขนาดตำแหน่งที่ใหญ่มหาศาล จะส่งผลกระทบต่อยอด Equity ในบัญชีของคุณอย่างรุนแรง (ทั้งด้านบวกและลบ) การขาดทุนเพียงนิดเดียวเมื่อคำนวณกับขนาดตำแหน่งเต็มที่ควบคุมอยู่ ก็สามารถกินเงินในบัญชี (Equity) ของคุณจนเหลือน้อยกว่ามาร์จิ้นที่ต้องการ (Maintenance Margin) ได้อย่างรวดเร็ว
  • Margin Call / Stop Out: เมื่อ Equity ของคุณลดลงจนใกล้เคียงหรือต่ำกว่า Maintenance Margin โบรกเกอร์จะส่งคำเตือน (Margin Call) ให้คุณเติมเงินหรือปิดบางตำแหน่ง หากขาดทุนยังดำเนินต่อไปจน Equity ต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (Stop Out Level) โบรกเกอร์จะปิดตำแหน่งของคุณโดยอัตโนมัติ (บังคับปิด) เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบเกินไป คุณอาจเสียเงินทั้งหมดที่ลงทุนไปในพริบตา

เหตุผลที่เทรดเดอร์ใหม่ต้องระวังเป็นพิเศษ

มือใหม่มักถูกดึงดูดด้วยเลเวอเรจสูงเพราะเห็นโอกาสทำกำไรมหาศาลจากเงินน้อย แต่ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงที่ขยายตามมา:

  • ประเมินความเสี่ยงต่ำไป: ขาดประสบการณ์ในการคำนวณขนาดตำแหน่ง (Position Sizing) ที่เหมาะสมตามความเสี่ยงต่อบัญชี (Risk per Trade) และขนาดมาร์จิ้น
  • ลืมคำนวณ Margin Requirement: ไม่ทราบว่าการเปิดหลายออเดอร์พร้อมกันหรือใช้เลเวอเรจสูง จะทำให้มาร์จิ้นที่ถูกกันไว้รวมกันมาก และเหลือ Equity น้อยลง
  • แพ้ทางจิตวิทยา: ขาดทุนรวดเร็วจากเลเวอเรจสูงทำให้เกิดอารมณ์ตื่นตระหนก (Panic) และตัดสินใจผิดพลาด

  • เข้าใจผิดว่าเลเวอเรจสูงคือ “ฟรี”: เลเวอเรจสูงไม่ใช่เงินฟรี มันคือหนี้ที่คุณต้องรับผิดชอบหากตลาดเคลื่อนไหวขัดกับคุณ

คำแนะนำสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ใหม่

  • เริ่มต้นด้วยเลเวอเรจต่ำ: ใช้เลเวอเรจไม่เกิน 1:30 หรือ 1:50 ในช่วงแรก เพื่อเรียนรู้กลไกการเทรดและจัดการความเสี่ยงโดยไม่ให้บัญชีล่มง่ายเกินไป
  • คำนวณ Margin Requirement เสมอ: ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง ตรวจสอบว่าคุณมี Equity เพียงพอสำหรับมาร์จิ้นเริ่มต้นและเผื่อไว้สำหรับความผันผวน (เพื่อหลีกเลี่ยง Margin Call)
  • ใช้ Stop Loss อย่างเคร่งครัด: กำหนดระดับขาดทุนสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อการเทรด (เช่น 1-2% ของ Equity) และใช้ Stop Loss เพื่อบังคับตัดขาดทุนตามนั้น
  • เข้าใจ Margin Level: คำนวณและติดตาม Margin Level ของคุณอยู่เสมอ (Margin Level = (Equity / Used Margin) * 100%) หากระดับนี้ลดลงใกล้ 100% แสดงว่าคุณใกล้ถูก Margin Call แล้ว
  • ฝึกฝนบนบัญชีเดโม: ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับเลเวอเรจ มาร์จิ้น และผลกระทบต่อบัญชีในสภาวะตลาดจริง (แต่ด้วยเงิน虚拟) ก่อนลงทุนจริง

การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเลเวอเรจและมาร์จิ้นอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่รอดในตลาด Forex โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ใหม่ มองเลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพมหาศาล แต่ต้องใช้ด้วยความเคารพและความระมัดระวังสูงสุดเสมอ การจัดการความเสี่ยงที่ดีมักเริ่มต้นจากการใช้เลเวอเรจอย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทันกลไกของมาร์จิ้น

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น

เรื่องล่าสุด

  • “ทำไมเทรดเดอร์ใหม่ควรรู้: ความสัมพันธ์ระหว่าง Leverage และ Margin ในตลาด Forex”
  • “วิธีการคำนวณ Position Size: ปกป้องพอร์ต Forex ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ”
  • “การเขียนเพื่อปรับแต่งกลยุทธ์เทรด: ยกระดับระบบเดิมให้คมกริบขึ้นด้วยการบันทึกและทบทวนอย่างเป็นขั้นตอน”
  • รูปแบบแท่งเทียนสำหรับมือใหม่: เคล็ดลับอ่านกราฟ Forex แบบง่ายๆ
  • “ตลาด Forex กับจังหวะวงจรเศรษฐกิจ: วิธีปรับแผนเทรดตาม 4 ช่วงตลาดหลัก”

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

©2026 Forex for Thai | Design: Newspaperly WordPress Theme