Skip to content

Forex for Thai

Forex สำหรับคนไทย

Menu
  • Home
  • Blog
  • News
  • Categories
  • About
  • Contact
Menu

พื้นฐานคู่เงิน Forex: การเลือกคู่เงินและทำความเข้าใจอัตราแลกเปลี่ยน

Posted on 21 กุมภาพันธ์ 2026

พื้นฐานสำคัญ: คู่เงิน Forex คืออะไร?

ในตลาด Forex คุณไม่ได้ซื้อหรือขายสกุลเงินเดี่ยวๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐเพียงอย่างเดียว แต่คุณซื้อและขายสกุลเงินเป็น คู่ เสมอ นี่คือหัวใจของการเทรด Forex คู่เงิน (Currency Pair) แสดงถึงการเปรียบเทียบค่าของสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง และแสดงว่าต้องใช้สกุลเงินที่สองจำนวนเท่าใดในการซื้อสกุลเงินแรกหนึ่งหน่วย

โครงสร้างของคู่เงิน

คู่เงินเขียนด้วยรหัสสกุลเงิน ISO สามตัวอักษร โดยมีเครื่องหมายทับ (/) คั่นกลาง:

  • สกุลเงินแรก (Base Currency): สกุลเงินที่แสดงอยู่ด้านซ้ายของเครื่องหมายทับ (/) นี่คือสกุลเงินที่คุณ “ซื้อ” หรือ “ขาย” เมื่อเทรดคู่นี้
  • สกุลเงินที่สอง (Quote Currency / Counter Currency): สกุลเงินที่แสดงอยู่ด้านขวาของเครื่องหมายทับ (/) นี่คือสกุลเงินที่คุณใช้เป็น “ราคา” ในการซื้อหรือขายสกุลเงินฐาน

ตัวอย่าง: EUR/USD = 1.0850

  • EUR (ยูโร) คือสกุลเงินฐาน (Base Currency)
  • USD (ดอลลาร์สหรัฐ) คือสกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency)
  • ราคา 1.0850 หมายความว่า คุณต้องใช้ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในการซื้อยูโร (EUR) 1 ยูโร

ประเภทของคู่เงิน Forex

คู่เงินแบ่งออกเป็นสามประเภทหลักตามความนิยมและสภาพคล่อง:

1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)

คู่เงินเหล่านี้ประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งในคู่ และคู่กับสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ที่มีการซื้อขายกันมากที่สุด:

  • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)
  • GBP/USD (ปอนด์สเตอร์ลิง/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)
  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)
  • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)

ลักษณะเด่น: มีสภาพคล่องสูงสุด, สเปรด (ความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและขาย) ต่ำสุด, มีข้อมูลและข่าวสารมากมายสำหรับวิเคราะห์

2. คู่เงินรอง (Minor Pairs / Cross Currency Pairs)

คู่เงินที่ไม่รวมดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่เป็นสกุลเงินหลักอื่นๆ คู่กัน:

  • EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์สเตอร์ลิง)
  • EUR/JPY (ยูโร/เยนญี่ปุ่น)
  • GBP/JPY (ปอนด์สเตอร์ลิง/เยนญี่ปุ่น)
  • AUD/JPY (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/เยนญี่ปุ่น)
  • EUR/AUD (ยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย)

ลักษณะเด่น: สภาพคล่องและสเปรดมักจะน้อยกว่าคู่เงินหลัก (แต่ยังสูงกว่าคู่เงินเอ็กซ์ติก), นิยมในการเทรด Carry Trade เนื่องจากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย

3. คู่เงินเอ็กซ์ติก (Exotic Pairs)

คู่เงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักหนึ่งสกุล (เช่น USD, EUR, JPY) คู่กับสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือตลาดขนาดเล็ก:

  • USD/THB (ดอลลาร์สหรัฐ/บาทไทย)
  • USD/SGD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์สิงคโปร์)
  • EUR/TRY (ยูโร/ลีราตุรกี)
  • USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนด์แอฟริกาใต้)
  • USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก)

ลักษณะเด่น: สภาพคล่องต่ำ, สเปรดสูงมาก, ความผันผวน (Volatility) อาจสูงมากและยากต่อการคาดการณ์, อ่อนไหวต่อปัจจัยภายในประเทศมาก

ทำความเข้าใจอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate)

อัตราแลกเปลี่ยนคือ “ราคา” ของคู่เงินนั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าต้องใช้สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency) เท่าใดในการซื้อสกุลเงินฐาน (Base Currency) หนึ่งหน่วย

การเคลื่อนไหวของราคา: Pips

การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนมักวัดเป็น “Pip” (Percentage in Point) ซึ่งโดยทั่วไปคือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ (0.0001) สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ ยกเว้นคู่ที่ประกอบด้วยเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ Pip มักเป็นทศนิยมตำแหน่งที่สอง (0.01)

  • ตัวอย่าง EUR/USD: จาก 1.0850 เป็น 1.0851 = ขยับขึ้น 1 Pip
  • ตัวอย่าง USD/JPY: จาก 150.50 เป็น 150.51 = ขยับขึ้น 1 Pip
  • ตัวอย่าง USD/THB: จาก 36.50 เป็น 36.51 = ขยับขึ้น 1 Pip (โดยทั่วไป USD/THB จะแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง)

มูลค่าของ Pip นั้นขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่คุณเทรด

อะไรทำให้อัตราแลกเปลี่ยนขยับ?

อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากอิทธิพลของปัจจัยมากมาย:

  • อัตราดอกเบี้ย: ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ (Interest Rate Differential) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก นักลงทุนมักเคลื่อนย้ายเงินไปยังสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงกว่า (Carry Trade)
  • ข้อมูลเศรษฐกิจ: ตัวชี้วัดเช่น GDP, อัตราการว่างงาน, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ยอดค้าปลีก, ยอดดุลการค้า ล้วนสะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจและส่งผลต่อค่าเงิน
  • ความมั่นคงทางการเมือง: เสถียรภาพของรัฐบาล นโยบายทางการเมือง ความขัดแย้ง
  • ภาวะตลาดการเงิน: ความเสี่ยง (Risk Sentiment) – เมื่อนักลงทุนกล้าเสี่ยง (Risk-On) มักซื้อสกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น AUD, NZD) และขายสกุลเงินปลอดภัย (เช่น JPY, CHF) และในทางกลับกันเมื่อเกิดความกลัว (Risk-Off)
  • การแทรกแซงของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางอาจเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงหรืออ่อนค่าสกุลเงินของตน
  • ข่าวสารและความคาดหมาย: ข่าวสำคัญและความคาดการณ์ของผู้เล่นในตลาด

การเลือกคู่เงินให้เหมาะกับสไตล์การเทรด

การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมเป็นก้าวสำคัญ:

  • เทรดเดอร์มือใหม่: ควรเริ่มต้นด้วย คู่เงินหลัก เนื่องจากสภาพคล่องสูง สเปรดต่ำ มีข้อมูลวิเคราะห์มากมาย และความผันผวนมักจะจัดการได้ง่ายกว่าคู่เอ็กซ์ติก
  • เทรดเดอร์ระยะสั้น (Scalping/Day Trading): มักเน้นคู่เงินหลักและบางคู่เงินรองที่มีสภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำ เพื่อลดต้นทุนการเทรดที่เกิดจากการซื้อขายบ่อยครั้ง
  • เทรดเดอร์ระยะยาว (Swing/Position Trading): สามารถพิจารณาทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง และบางคู่เงินเอ็กซ์ติกได้ โดยเน้นที่แนวโน้มพื้นฐานและการวิเคราะห์ปัจจัยเศรษฐกิจระยะยาว
  • เทรดเดอร์ที่ชอบความผันผวน: อาจมองหาคู่เงินที่มีข่าวสำคัญเข้ามา หรือคู่เงินเอ็กซ์ติกบางคู่ (แต่ต้องระวังความเสี่ยงและสเปรดสูงมาก)
  • เทรดเดอร์ Carry Trade: มุ่งเน้นไปที่คู่เงิน รอง ที่มีความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินฐานและสกุลเงินอ้างอิงสูง
  • ความรู้ความเข้าใจ: เลือกคู่เงินที่คุณเข้าใจเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศนั้นๆ และเข้าถึงข่าวสารสำคัญได้ง่าย

ข้อควรระวังเกี่ยวกับคู่เงินเอ็กซ์ติก: แม้คู่เงินเอ็กซ์ติกที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินท้องถิ่น (เช่น USD/THB) อาจดูคุ้นเคย แต่การเทรดมักมีความท้าทายสูงเนื่องจากสเปรดที่กว้างมาก และอาจเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรงจากข่าวภายในประเทศที่เทรดเดอร์ทั่วไปติดตามยาก ควรศึกษาอย่างลึกซึ้งก่อนเทรดคู่เงินประเภทนี้

การทำความเข้าใจโครงสร้างของคู่เงิน การแบ่งประเภท และกลไกของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเดินทางในโลก Forex การเลือกคู่เงินที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรด ระดับประสบการณ์ และความเข้าใจของคุณ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพและจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น จำไว้ว่า ความรู้คือทุนที่สำคัญที่สุดในการเทรด Forex

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น

เรื่องล่าสุด

  • พื้นฐานคู่เงิน Forex: การเลือกคู่เงินและทำความเข้าใจอัตราแลกเปลี่ยน
  • การกระจายความเสี่ยงในพอร์ต Forex: วิธีลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทเพื่อลดความผันผวน *(Risk Diversification in Forex Portfolios: How to Invest in Multiple Asset Types to Reduce Volatility)*
  • กลยุทธ์การเขียนเพื่อชำแหละจุดอ่อนในระบบเทรด: ปรับปรุงแผนให้คมกริบด้วยการบันทึกเชิงวิพากษ์ *(Trade Strategy Refinement Through Critical Journaling: Sharpening Your Edge by Dissecting Weaknesses)*
  • “พื้นฐานการเปิดออเดอร์แรกในตลาด Forex: คู่มือปฏิบัติจริงสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่เริ่มต้นจากศูนย์” *(Basics of Placing Your First Order in the Forex Market: A Practical Guide for Beginner Traders Starting from Scratch)*
  • การเปลี่ยนแปลงของตลาด Forex ในยุค Algorithmic Trading: ปรับกลยุทธ์อย่างไรให้อยู่รอดเมื่อหุ่นยนต์เทรดครองตลาด

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

©2026 Forex for Thai | Design: Newspaperly WordPress Theme