เข้าใจพื้นฐาน: ประเภทคำสั่งซื้อขาย Forex ที่มือใหม่ต้องรู้
การซื้อขาย Forex ไม่ใช่แค่การเดาทิศทางราคาให้ถูกต้องเท่านั้น แต่การส่งคำสั่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ การเข้าใจคำสั่งซื้อขายหลักๆ ได้แก่ Market Order, Limit Order, และ Stop Order ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ คล้ายกับการรู้จักเครื่องมือในกล่องอุปกรณ์ช่างนั่นเอง คำสั่งเหล่านี้ช่วยให้คุณเข้าสู่ตลาด (Entry), กำหนดจุดทำกำไร (Take Profit), และควบคุมความเสี่ยง (Stop Loss) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. Market Order (คำสั่งซื้อขายทันที)
คำสั่ง Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายคู่เงิน ณ ราคาตลาดปัจจุบันทันที เป็นคำสั่งที่ต้องการการดำเนินการโดยเร็วที่สุด โดยไม่ระบุราคาเป้าหมายที่แน่นอน
- วิธีการใช้: คุณเลือกปริมาณ (ล็อต) ที่ต้องการซื้อหรือขาย แล้วกดปุ่ม “Buy” หรือ “Sell” บนแพลตฟอร์มเทรด ระบบจะพยายามดำเนินการคำสั่งของคุณทันที ณ ราคาที่ดีที่สุดที่มีในตลาดขณะนั้น
- เหมาะสำหรับเมื่อใด:
- ต้องการเข้าหรือออกจากตลาดทันที
- เมื่อตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก และคุณไม่ต้องการพลาดโอกาส
- เมื่อความรวดเร็วในการดำเนินการสำคัญกว่าการได้ราคาที่เป๊ะๆ
- ข้อควรระวัง:
- สลิปเพจ (Slippage): ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง (เช่น ข่าวสำคัญ) ราคาที่คำสั่งของคุณถูกดำเนินการอาจแตกต่างจากราคาที่คุณเห็นตอนกดส่งคำสั่ง โดยเฉพาะในคู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ ราคาอาจแย่ลงได้
2. Limit Order (คำสั่งซื้อขายตามราคาที่กำหนด)
คำสั่ง Limit Order คือคำสั่งซื้อหรือขายคู่เงิน ณ ราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หรือดีกว่านั้น คำสั่งนี้ช่วยให้คุณควบคุมราคาเข้าหรือออกได้แม่นยำ
- วิธีการใช้: คุณระบุราคาที่ต้องการ (ราคาเป้าหมาย) และปริมาณที่ต้องการซื้อขาย
- Buy Limit: เป็นคำสั่งซื้อ ต่ำกว่า ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะดีดตัวขึ้นหลังจากปรับตัวลงมาถึงระดับที่ต้องการ (เช่น ซื้อ EUR/USD ที่ 1.0800 ในขณะที่ราคาปัจจุบันคือ 1.0850)
- Sell Limit: เป็นคำสั่งขาย สูงกว่า ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะดีดตัวลงหลังจากปรับตัวขึ้นไปถึงระดับที่ต้องการ (เช่น ขาย GBP/USD ที่ 1.2700 ในขณะที่ราคาปัจจุบันคือ 1.2650)
- เหมาะสำหรับเมื่อใด:
- ต้องการเข้าซื้อที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบัน หรือเข้าขายที่ราคาสูงกว่าปัจจุบัน
- ใช้ตั้งคำสั่ง Take Profit เพื่อทำกำไรเมื่อราคาเคลื่อนที่มาถึงระดับที่คาดการณ์ไว้ (เช่น คุณซื้อ EUR/USD มาแล้วที่ 1.0900 และตั้ง Sell Limit ที่ 1.1000 เพื่อทำกำไร)
- เมื่อตลาดมีความผันผวน และคุณต้องการควบคุมราคาเข้า/ออกให้แน่นอน
- ข้อดี: ควบคุมราคาได้แน่นอน, ช่วยหลีกเลี่ยงสลิปเพจที่ไม่พึงประสงค์
- ข้อควรระวัง: คำสั่งอาจไม่ถูกดำเนินการเลย ถ้าราคาไม่เคลื่อนที่มาถึงระดับที่คุณตั้งไว้ คุณอาจพลาดโอกาสในการเทรด
3. Stop Order (คำสั่งซื้อขายเมื่อถึงราคาที่กำหนด)
คำสั่ง Stop Order คือคำสั่งซื้อหรือขายคู่เงินทันที เมื่อราคาเคลื่อนที่มาถึงระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มักใช้เพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลัก: จำกัดความเสียหาย (Stop Loss) และ เข้าทำกำไรตามเทรนด์ (Entry)
- วิธีการใช้: คุณระบุราคาที่ต้องการ (ราคาสต็อป) และปริมาณ
- Buy Stop: เป็นคำสั่งซื้อ สูงกว่า ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เพื่อ:
- เข้าซื้อตามเทรนด์: เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะพุ่งทะลุแนวต้านขึ้นไป (เช่น ราคาปัจจุบัน 1.1200, ตั้ง Buy Stop ที่ 1.1250)
- Stop Loss สำหรับคำสั่งขาย (Short): เพื่อปิดคำสั่งขายและตัดขาดทุนหากราคาขึ้นมาถึงระดับที่ไม่พึงประสงค์ (เช่น ขาย USD/JPY มาแล้วที่ 150.00, ตั้ง Buy Stop ที่ 150.50 เป็น Stop Loss)
- Sell Stop: เป็นคำสั่งขาย ต่ำกว่า ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เพื่อ:
- เข้าขายตามเทรนด์: เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะทะลุแนวรับลงไป (เช่น ราคาปัจจุบัน 1.3000, ตั้ง Sell Stop ที่ 1.2950)
- Stop Loss สำหรับคำสั่งซื้อ (Long): เพื่อปิดคำสั่งซื้อและตัดขาดทุนหากราคาลงมาถึงระดับที่ไม่พึงประสงค์ (เช่น ซื้อ AUD/USD มาแล้วที่ 0.6600, ตั้ง Sell Stop ที่ 0.6550 เป็น Stop Loss)
- Buy Stop: เป็นคำสั่งซื้อ สูงกว่า ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เพื่อ:
- เหมาะสำหรับเมื่อใด:
- การตั้ง Stop Loss เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดการความเสี่ยงทุกครั้งที่เปิดคำสั่ง
- ต้องการเข้าตลาดทันทีเมื่อราคาทะลุระดับสำคัญ (แนวรับ/แนวต้าน) เพื่อจับเทรนด์ใหม่
- ข้อควรระวัง:
- ในตลาดผันผวนสูง คำสั่ง Stop Order อาจถูกดำเนินการด้วยราคาที่แย่กว่าที่ตั้งไว้ (สลิปเพจ) โดยเฉพาะถ้าเกิด Price Gap (ช่องว่างราคา)
- สำหรับการเข้าตามเทรนด์ (Entry) อาจเกิดสัญญาณหลอก (False Breakout) ได้ ราคาทะลุขึ้น/ลงมาแตะคำสั่ง Stop ของคุณแล้วก็ย้อนกลับทันที
สรุปและเคล็ดลับสำคัญสำหรับมือใหม่
- Market Order: สำหรับการเข้า/ออกทันที เร็วแต่เสี่ยงสลิปเพจ
- Limit Order: สำหรับควบคุมราคาเข้า/ออกให้แน่นอน (ทั้ง Entry และ Take Profit) แต่เสี่ยงที่คำสั่งอาจไม่ถูกดำเนินการ
- Stop Order: สำหรับการจัดการความเสี่ยง (Stop Loss) และเข้าตามเทรนด์ (Entry) เสี่ยงสลิปเพจและสัญญาณหลอก
- Stop Loss คือเพื่อนแท้: ห้ามเทรดโดยไม่ตั้ง Stop Loss! มันคือเกราะป้องกันเงินทุนของคุณ
- ฝึกฝนบนบัญชีเดโม: ก่อนใช้เงินจริง ฝึกเปิด-ปิดคำสั่งประเภทต่างๆ บนบัญชีทดลองจนคล่องแคล่ว
- อ่านสภาพการตลาด: เลือกใช้คำสั่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ (ตลาดเงียบ vs ตลาดผันผวน)
- ตรวจสอบซ้ำ: ก่อนกดส่งคำสั่ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเลือกประเภทคำสั่งถูกต้อง ตั้งราคาถูกต้อง และกำหนดปริมาณเหมาะสม
การเข้าใจและใช้คำสั่งซื้อขายทั้งสามประเภทนี้อย่างถูกต้องจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเส้นทางการเทรด Forex ของคุณ มันช่วยให้คุณแปลงวิสัยทัศน์การเทรดของคุณให้เป็นการกระทำที่แม่นยำ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยปกป้องเงินลงทุนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มต้นด้วยความเข้าใจพื้นฐานให้แน่น แล้วค่อยๆ พัฒนาต่อยอดกลยุทธ์ของคุณต่อไป




