Skip to content

Forex for Thai

Forex สำหรับคนไทย

Menu
  • Home
  • Blog
  • News
  • Categories
  • About
  • Contact
Menu

การอ่านกราฟราคาแบบง่ายๆ: พื้นฐานแรกเริ่มที่เทรดเดอร์ Forex ต้องเข้าใจ

Posted on 24 กุมภาพันธ์ 2026

พื้นฐานสำคัญ: ทำไมการอ่านกราฟราคาถึงสำคัญนัก?

สำหรับตลาด Forex ที่มีการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง กราฟราคาคือ “แผนที่” และ “กระจกส่องใจตลาด” ที่สำคัญที่สุดของเทรดเดอร์ ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์เทรดแบบใด หรือวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) หรือปัจจัยทางเทคนิค (Technical) ก็ตาม การเข้าใจภาพรวมและรายละเอียดบนกราฟราคาเป็นทักษะแรกสุดที่ขาดไม่ได้ มันคือภาษาสากลที่บอกเล่าเรื่องราวของอุปสงค์และอุปทาน ความกลัวและความโลภของผู้เล่นในตลาดในทุกวินาที

รู้จักกับ “กราฟราคา” กันก่อน

กราฟราคา (Price Chart) คือ การแสดงภาพของราคา (แกนตั้ง – แนวตั้ง) เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา (แกนนอน – แนวนอน) ของคู่สกุลเงินใดๆ เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY ระหว่างช่วงเวลาที่กำหนด

ประเภทกราฟพื้นฐานที่ต้องรู้จัก

  • กราฟเส้น (Line Chart): เชื่อมโยงราคาปิด (Close Price) ของแต่ละช่วงเวลา (เช่น แต่ละชั่วโมง, แต่ละวัน) เข้าด้วยกันเป็นเส้นเดียว เรียบง่าย เหมาะสำหรับดูแนวโน้มใหญ่ (Trend) โดยรวม
  • กราฟแท่ง (Bar Chart): แสดงข้อมูล 4 ราคาสำคัญในแต่ละช่วงเวลา (Open, High, Low, Close – OHLC) โดยแท่งแนวตั้งแสดงช่วง High ถึง Low เส้นขีดซ้ายคือราคาเปิด (Open) เส้นขีดขวาคือราคาปิด (Close)
  • กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart): นิยมใช้มากที่สุด! แสดงข้อมูล OHLC เหมือนกราฟแท่ง แต่ใช้รูปแบบ “เทียน” ที่เข้าใจง่ายกว่า “ตัวเทียน” (Body) สีเข้ม (มักแดง/ดำ) แสดงช่วงเปิดถึงปิดโดยราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด “ตัวเทียน” สีอ่อน (มักเขียว/ขาว) แสดงราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ส่วน “ไส้เทียน” (Wicks หรือ Shadows) บนและล่าง แสดงราคาสูงสุด (High) และต่ำสุด (Low) ของช่วงเวลานั้น

คำแนะนำ: เริ่มฝึกฝนการอ่านกราฟด้วย กราฟแท่งเทียน (Candlestick) เป็นหลัก เพราะให้ข้อมูลครบถ้วนและอ่านทิศทางได้ดี

การเลือก “ช่วงเวลา” (Timeframe) ให้เหมาะสม

กราฟราคาสามารถแสดงการเคลื่อนไหวในหลาย “ช่วงเวลา” ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ:

  • ช่วงเวลาสั้น (Short-term): เช่น 1 นาที (M1), 5 นาที (M5), 15 นาที (M15) – เหมาะสำหรับ Scalping หรือ Day Trading
  • ช่วงเวลากลาง (Medium-term): เช่น 1 ชั่วโมง (H1), 4 ชั่วโมง (H4) – เหมาะสำหรับ Swing Trading
  • ช่วงเวลายาว (Long-term): เช่น 1 วัน (D1), 1 สัปดาห์ (W1), 1 เดือน (MN) – เหมาะสำหรับดูแนวโน้มใหญ่, Position Trading

เคล็ดลับสำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์กราฟช่วงเวลากลาง (H1, H4) หรือยาว (D1) ก่อน เพื่อให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจน และหลีกเลี่ยงการเทรดบนกราฟช่วงเวลาสั้นเกินไปซึ่งมารวมตลาดและเสี่ยงสูง

อ่านทิศทางราคาพื้นฐาน: แนวโน้ม (Trend) คือเพื่อนคุณ

หนึ่งในเป้าหมายแรกของการอ่านกราฟคือการระบุ “แนวโน้ม” (Trend) ปัจจุบันของราคา

  • ตลาดขาขึ้น (Uptrend / Bullish): ราคาสร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher Highs – HH) และจุดต่ำสุดใหม่ (Higher Lows – HL) อย่างต่อเนื่อง ทิศทางโดยรวมชี้ขึ้น
  • ตลาดขาลง (Downtrend / Bearish): ราคาสร้างจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Lows – LL) และจุดสูงสุดใหม่ (Lower Highs – LH) อย่างต่อเนื่อง ทิศทางโดยรวมชี้ลง
  • ตลาดเคลื่อนที่ในกรอบ (Range-bound / Sideways): ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ในกรอบแนวนอนระหว่างแนวต้าน (Resistance) และแนวรับ (Support) ที่ชัดเจน โดยยังไม่มีการทะลุออกไปอย่างเด็ดขาด

หลักการพื้นฐาน: “เทรนด์คือเพื่อนของคุณ” (The Trend is Your Friend) การเทรดตามแนวโน้มมักจะง่ายและมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการฝืนเทรด

จุดสำคัญบนกราฟ: แนวรับ (Support) และ แนวต้าน (Resistance)

สองแนวนี้คือรากฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค:

  • แนวรับ (Support): เป็นระดับราคาที่มีความต้องการ (Demand) เข้ามาซื้ออย่างมากในอดีต ทำให้ราคาตกถึงระดับนี้แล้วมักจะเด้งกลับขึ้นได้ คาดการณ์ว่าจะช่วย “หนุน” ราคาไม่ให้ตกลงไปอีก
  • แนวต้าน (Resistance): เป็นระดับราคาที่มีแรงขาย (Supply) เข้ามามากในอดีต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นถึงระดับนี้แล้วมักจะถูกกดกลับลง คาดการณ์ว่าจะเป็น “กำแพง” กั้นไม่ให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก

การใช้งาน: จุดเปลี่ยนแนวโน้มมักเกิดขึ้นเมื่อราคาสามารถ “ทะลุ” (Breakout) แนวรับหรือแนวต้านเดิมได้อย่างชัดเจนและมีปริมาณการซื้อขายหนุนหลัง

เริ่มต้นฝึกฝนและข้อควรระวัง

การอ่านกราฟราคาเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ในการฝึกฝน

  • เริ่มจากพื้นฐาน: อย่าพึ่งรีบใช้ Indicator ซับซ้อนมากมาย จดจ่อกับการอ่านราคา (Price Action) บนกราฟแท่งเทียนในช่วงเวลา H4 หรือ D1 ก่อน
  • ฝึกตาดูแนวโน้ม: พยายามระบุให้ได้ว่าตลาดอยู่ในขาขึ้น, ขาลง, หรือเคลื่อนที่ในกรอบ
  • ลากเส้นแนวรับ-แนวต้าน: ฝึกหาจุดสำคัญบนกราฟที่ราคาเคยแสดงปฏิกิริยาออกมา
  • สังเกตรูปแบบเทียนพื้นฐาน: เช่น Pin Bar, Engulfing Candle ที่อาจบ่งบอกการกลับตัวชั่วคราวหรือการเปลี่ยนแนวโน้ม
  • อย่าลืมจัดการความเสี่ยง: การอ่านกราฟช่วยหาจุดเข้าเทรด แต่การอยู่รอดในตลาดระยะยาว ขึ้นอยู่กับการบริหารเงิน (Money Management) และการตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม

สรุป: การอ่านกราฟราคาอย่างง่ายๆ เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดสู่การเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่มีประสิทธิภาพ มองให้เห็นแนวโน้ม รู้จักแนวรับ-แนวต้าน เข้าใจความหมายของแต่ละแท่งเทียน และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอบนเดโมหรือบัญชีฝึกหัดก่อนลงทุนจริง ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะกลายเป็นอาวุธสำคัญในตลาดที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น

เรื่องล่าสุด

  • การอ่านกราฟราคาแบบง่ายๆ: พื้นฐานแรกเริ่มที่เทรดเดอร์ Forex ต้องเข้าใจ
  • กลยุทธ์เทรดช่วงทับซ้อนลอนดอน-นิวยอร์ก: จังหวะทองของตลาด Forex ที่เทรดเดอร์ต้องรู้ *(Strategy for Trading the London-New York Overlap: The Forex Market’s Golden Window Every Trader Should Know)*
  • การเขียนเพื่อเผยสมมติฐานลับในกลยุทธ์เทรด
  • พื้นฐานคำสั่งซื้อขาย Forex: วิธีใช้ Market, Limit, Stop Order สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ *(Forex Order Types Basics: How to Use Market, Limit, Stop Orders for New Traders)*
  • “การนำทางในแพลตฟอร์มเทรดของโบรกเกอร์: เคล็ดลับปรับแต่งและใช้เครื่องมือให้คุ้มค่าสำหรับเทรดเดอร์”

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

©2026 Forex for Thai | Design: Newspaperly WordPress Theme