Skip to content

Forex for Thai

Forex สำหรับคนไทย

Menu
  • Home
  • Blog
  • News
  • Categories
  • About
  • Contact
Menu

พื้นฐานคู่เงิน Forex: การทำความเข้าใจและเลือกใช้สกุลเงินคู่หลักสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ *(Pheun-thán Khûu Ngeun Forex: Gaan Tham Khwaam Khao Jai Láe Lêuak Chái Sà-gun Ngeun Khûu Làk Sǎm-ràp Tràed Doer Muee Mài)*

Posted on 4 เมษายน 2026

พื้นฐานคู่เงิน Forex: กุญแจสำคัญสู่ตลาดการเงินโลก

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ หัวใจหลักของการเทรด Forex ก็คือ “คู่เงิน” (Currency Pair) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เทรดเดอร์มือใหม่ทุกคนต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนก้าวเข้าสู่สนามจริง การรู้จักและเลือกใช้คู่เงินอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อโอกาสประสบความสำเร็จและการจัดการความเสี่ยงของคุณ

คู่เงิน Forex คืออะไร?

คู่เงิน Forex คือการเปรียบเทียบมูลค่าของสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง มันแสดงให้เห็นว่าคุณต้องใช้สกุลเงินแรกจำนวนเท่าใด เพื่อซื้อสกุลเงินที่สองหนึ่งหน่วย คู่เงินเขียนโดยแสดงรหัสสกุลเงิน ISO สองตัวคั่นด้วยเครื่องหมายทับ (/) เสมอ

  • สกุลเงินฐาน (Base Currency): สกุลเงินตัวแรกในคู่ (ทางซ้ายของเครื่องหมายทับ) นี่คือสกุลเงินที่คุณกำลังซื้อหรือขายโดยปริยาย
  • สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency): สกุลเงินตัวที่สองในคู่ (ทางขวาของเครื่องหมายทับ) นี่คือสกุลเงินที่ใช้กำหนดมูลค่าของสกุลเงินฐาน
  • ราคา (Price): แสดงจำนวนหน่วยของสกุลเงินอ้างอิงที่ต้องใช้เพื่อซื้อสกุลเงินฐานหนึ่งหน่วย

ตัวอย่าง: ในคู่เงิน EUR/USD = 1.1050

EUR คือสกุลเงินฐาน (ยูโร), USD คือสกุลเงินอ้างอิง (ดอลลาร์สหรัฐ), ราคา 1.1050 หมายความว่าคุณต้องใช้ 1.1050 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อ 1 ยูโร

ประเภทหลักของคู่เงิน Forex

คู่เงินในตลาด Forex แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามปริมาณการซื้อขายและลักษณะเฉพาะ:

1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)

นี่คือกลุ่มคู่เงินที่มีการซื้อขายบ่อยที่สุดและมีสภาพคล่องสูงสุดในตลาด คู่เงินหลักล้วนมีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหนึ่งในคู่เสมอ (ไม่ว่าจะเป็นฐานหรืออ้างอิง) และประกอบด้วยสกุลเงินของเศรษฐกิจหลักที่มั่นคงของโลก

  • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ): คู่เงินที่มียอดซื้อขายสูงสุดในโลก มักมีความผันผวนปานกลางถึงสูง และได้รับอิทธิพลจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปอย่างมาก มักถูกเรียกว่า “Fiber”
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น): คู่เงินสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มักมีความผันผวนปานกลางและได้รับอิทธิพลจากนโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างมาก มักถูกเรียกว่า “Gopher”
  • GBP/USD (ปอนด์สเตอร์ลิง/ดอลลาร์สหรัฐ): หรือที่เรียกกันติดปากว่า “Cable” มีความผันผวนค่อนข้างสูงและไวต่อข่าวเศรษฐกิจและการเมืองของสหราชอาณาจักร
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส): มักถูกเรียกว่า “Swissy” ฟรังก์สวิสถือเป็นสกุลเงินปลอดภัย (Safe-Haven) คู่เงินนี้มักเคลื่อนไหวสวนทางกับ EUR/USD ในหลายสถานการณ์
  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ): หรือ “Aussie” มีความเชื่อมโยงสูงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะเหล็กและถ่านหิน
  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา): หรือ “Loonie” มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่
  • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ): หรือ “Kiwi” มักได้รับอิทธิพลจากราคาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์นมของนิวซีแลนด์

เหตุผลที่คู่เงินหลักเหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่:

  • สภาพคล่องสูงสุด: การซื้อขายง่าย เปิด-ปิดออเดอร์ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงตลาดเปิดทำการปกติ
  • สเปรดต่ำ (Low Spread): ค่าความต่างระหว่างราคา Bid (ขาย) และ Ask (ซื้อ) มักต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่เงินประเภทอื่น เนื่องจากมีการแข่งขันสูงระหว่างโบรกเกอร์และผู้ให้สภาพคล่อง ทำให้ต้นทุนการเทรดต่ำลง
  • ข้อมูลข่าวสารมากมาย: มีข้อมูลทางเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง และการวิเคราะห์ทั้งแบบเทคนิคอลและพื้นฐานออกมามากมายและเข้าถึงง่าย
  • ความผันผวนที่คาดการณ์ได้ (ค่อนข้าง): แม้จะผันผวน แต่การเคลื่อนไหวมักมีเหตุผลตามปัจจัยพื้นฐานหรือแนวโน้มเทคนิคที่ชัดเจนกว่า เมื่อเทียบกับคู่เงินที่เล็กกว่า

2. คู่เงินรอง (Minor Pairs / Cross Pairs)

คู่เงินที่ไม่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อยู่ในคู่เงิน แต่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักอื่นๆ ที่เหลือแทน เช่น EUR/GBP, EUR/JPY, GBP/JPY, AUD/JPY เป็นต้น คู่เงินเหล่านี้มักมีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายน้อยกว่าคู่เงินหลัก และมักมีสเปรดที่สูงกว่าเล็กน้อย

3. คู่เงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs)

ประกอบด้วยสกุลเงินหลักสกุลหนึ่ง (เช่น USD, EUR, JPY) คู่กับสกุลเงินของเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) หรือเศรษฐกิจขนาดเล็ก เช่น USD/THB (ดอลลาร์สหรัฐ/บาทไทย), USD/SGD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์สิงคโปร์), EUR/TRY (ยูโร/ลีราตุรกี) คู่เงินกลุ่มนี้มีสภาพคล่องต่ำมาก สเปรดสูงมาก และมีความผันผวนสูงอย่างคาดเดายาก โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้เทรดเดอร์มือใหม่เริ่มต้นด้วยคู่เงินเอ็กโซติก เนื่องจากความเสี่ยงที่สูงมาก

เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นอย่างไร?

  • เริ่มจากคู่เงินหลัก: เน้นไปที่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และ USD/CHF ก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากสภาพคล่องสูง สเปรดต่ำ และมีข้อมูลให้ศึกษามากมาย
  • เลือกคู่เงินเดียวหรือสองคู่ให้เชี่ยวชาญ: อย่าพยายามจับตามองทุกคู่เงินในตลาด การเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนที่ลึกซึ้งของคู่เงินหลักสัก 1-2 คู่ จะดีกว่าการรู้เพียงผิวเผินหลายๆ คู่
  • ศึกษาแนวโน้มและปัจจัยพื้นฐาน: เรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้ EUR/USD เคลื่อนไหว? นโยบายดอกเบี้ยของเฟด (Fed) ส่งผลต่อ USD/JPY อย่างไร? ข่าวการเมืองในสหราชอาณาจักรกระทบ GBP/USD แค่ไหน?
  • ใช้บัญชีเดโมฝึกฝน: ทดลองเทรดคู่เงินหลักที่คุณสนใจในบัญชีทดลอง (Demo Account) ก่อนลงทุนด้วยเงินจริง เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมราคาและทดสอบกลยุทธ์ของคุณ
  • จัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด: ไม่ว่าคุณจะเลือกเทรดคู่เงินใดก็ตาม การใช้คำสั่ง Stop-Loss และการคำนวณขนาด Lot (ปริมาณการซื้อขาย) ที่เหมาะสมกับพอร์ตของคุณเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้
  • หลีกเลี่ยงคู่เงินเอ็กโซติกในระยะเริ่มต้น: ความเสี่ยงจากสเปรดสูงและความผันผวนรุนแรงอาจกัดกินเงินทุนของคุณได้อย่างรวดเร็ว

สรุป

การทำความเข้าใจพื้นฐานของคู่เงิน Forex โดยเฉพาะคู่เงินหลัก ถือเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเทรดของคุณ การเลือกเริ่มต้นด้วยคู่เงินหลักที่มีสภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำ เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY จะช่วยให้คุณมีต้นทุนการเทรดที่ต่ำกว่า เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายกว่า และเรียนรู้การเคลื่อนไหวของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ค่อยๆ ศึกษา ค่อยๆ ฝึกฝนด้วยบัญชีเดโม และอย่าลืมหลักการจัดการความเสี่ยงเสมอ การสร้างความเชี่ยวชาญจากพื้นฐานที่มั่นคงนี้จะปูทางให้คุณสามารถก้าวไปสู่การเทรดคู่เงินประเภทอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจในอนาคต จำไว้ว่า การเทรดที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มต้นจากการวางรากฐานที่ถูกต้องและแข็งแรง

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น

เรื่องล่าสุด

  • พื้นฐานการทำงานของตลาด Forex: ตลาดเคลื่อนไหวด้วยคำสั่งซื้อขายอย่างไรสำหรับนักเทรดไทยมือใหม่ *(Pheun-thán Gaan Tham-ngaan Khŏng Dtà-làat Forex: Dtà-làat Klêuan-wai Dûuay Kam-sàng Síue-Khǎai Yàang-rai Sǎm-ràp Nák Tràed Thai Muee Mài)*
  • กลยุทธ์จัดการภาษีกำไร Forex สำหรับนักเทรดชาวไทย: วางแผนและลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • จิตวิทยาการเทรดของนักลงทุนไทย: ปรับใช้กลยุทธ์การเทรดระดับโลกให้เข้ากับตลาดไทย *(Jìt-wít-tá-yaa Gaan Tràed Khŏng Nák Long-thun Thai: Bpràp Chái Glá-yú-tát Gaan Tràed Rád-dàp Lôhk Hâi Khâo Gàp Dtà-làat Thai)*
  • ขั้นตอนเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่ไทย: เรียนรู้การใช้งานแพลตฟอร์มเทรดเบื้องต้น (พร้อมตัวอย่างภาพหน้าจอ) *(Khán-dtaawn Rêrm-dtôn Tràed Forex Sǎm-ràp Muee Mài Thai: Rian-rúu Gaan Chái-ngaan Platform Tràed Béung-dtôn (Prôm Tá-yàang Ngâap Nâa Jor))*
  • การวางแผนขนาดออเดอร์ให้เหมาะสมในตลาด Forex: เทคนิคการคำนวณ Position Sizing เพื่อการเทรดที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนไทย *(Gaan Wang Phaen Kà-nàt Order Hâi Hàw-mà-sòm Nai Dtà-làat Forex: Thék-ník Gaan Kham-núan Position Sizing Pheuua Gaan Tràed Thîi Bplòt-phai Sǎm-ràp Nák Long-thun Thai)*

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

LOREM IPSUM

Sed ut perspiciatis unde omnis iste natus voluptatem fringilla tempor dignissim at, pretium et arcu. Sed ut perspiciatis unde omnis iste tempor dignissim at, pretium et arcu natus voluptatem fringilla.

©2026 Forex for Thai | Design: Newspaperly WordPress Theme